TALAYNOI  

LAKE OF LIFE

แสงอาทิตย์จับขอบฟ้า เป็นสัญญานเริ่มต้นวันใหม่ ณ ทะเลน้อย…ทะเลสาบน้ำจืด บริเวณเหนือสุดของทะเลสาบสงขลา บัวแดงเผยกลีบดอกรับแสงและอากาศเย็นยามเช้า เรือหางยาวลำน้อยล่องไปบนผิวน้ำ มุ่งหน้าสู่โลกซึ่งมนุษย์กับธรรมชาติผูกพันกันดั่งญาติพี่น้อง

ABOUT TALAYNOI

พื้นที่เกือบสามแสนไร่ของทะเลน้อยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแรมซาร์ไซต์ (Ramsar Site) หรือพื้นที่ชุ่มน้ำซึ่งมีความสำคัญระดับนานาชาติ อีกทั้งยังเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า จึงทำให้ สมบูรณ์ด้วยระบบนิเวศตามธรรมชาติ ภาพผืนน้ำกว้างปกคลุมด้วยบัวสีชมพู เรียกขานตามชาวบ้านว่า บัวแดง เป็นฉากโหมโรงต้อนรับเราเข้าสู่อาณาจักรแห่งระบบนิเวศชุ่มน้ำสวยงามน่าประทับใจ จนสร้างความรู้สึกให้ต้องกลับมาเยือน..แม้เป็นเพียงวินาทีแรกพบ 

เรือเบาเครื่องยนต์ ปล่อยลำเรือไหลไปตามแรงเฉื่อยบนผืนน้ำนิ่ง นกน้ำสีสวยบินผ่านเหนือศีรษะ พุ่งโฉบเรี่ยผิวน้ำอวดลีลาสอดส่องหาปลา บ้างเกาะขอนไม้ กอบัว บ้างซุกตัวอยู่ในพงหญ้าชวนให้เพ่ง หาที่มาของเสียงเจื้อยแจ้วขับร้องทำนองแห่งรุ่งอรุณ ฤดูกาลอันเหมาะสมสำหรับชมเจ้าถิ่นติดปีก คือช่วงเดือน มกราคม - เมษายน เพราะมีนกอพยพมาจากเขตหนาว ถ้านับรวมกับนกท้องถิ่นก็มากมายถึงหลักแสนตัวร่วม 287 ชนิดพันธุ์ มีเพื่อนพ้องเป็นสัตว์เลื้อยคลาน 26 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีก 6 ชนิด

หนึ่งในพระเอกของทะเลน้อยจะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่เจ้าควายน้ำ สัตว์เลี้ยงซึ่งผูกพันกับวิถีชีวิต ชาวบ้านมานาน ด้วยชาวทะเลน้อยมีการปลูกข้าวสังข์หยดข้าวท้องถิ่นคุณภาพสูง ไว้รอบทะเลสาบ เจ้าควายจึงเป็นสัตว์แรงงานที่ใช้ทำนามาตั้งแต่บรรพบุรุษ


DID YOU KNOW
ที่ได้ชื่อว่าควายน้ำ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ในทะเลน้อยเป็นน้ำ..สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่รอบทะเลสาบก็ต้องปรับตัว แทนที่จะนอนปลักหรือกินหญ้าตามทุ่งเหมือนถิ่นอื่นในประเทศไทย ควายจึงใช้ชีวิตยามว่างจากงานนา เดินลงมาใช้ชีวิตอยู่ในทะเลสาบ อันที่จริงก็ไม่แปลกอะไรเมื่อได้เห็นควายแช่อยู่ในน้ำ แต่สิ่งที่น่ารักน่าขันคือน้องควายตัวเขื่องต้องดำน้ำลงไปกินหญ้า ทั้งคลายร้อนและอิ่มท้องในคราเดียวกัน 

ชุมชนรอบทะเลน้อยร่วม 2000 ครัวเรือนผูกพันกับธรรมชาติทั้งอยู่อาศัย ทำนา ทำประมง ข้าวของเครื่องใช้ผลิตได้จากพืชพันธุ์ในทะเลน้อย อาหารพืชผักก็มาจากทะเลน้อย ชีวิตของพวก เขาคือทะเลน้อย จากอดีตชุมชนเกษตรกรรมและการประมง เมื่อการท่องเที่ยวเกิดขึ้นชุมชนจึงปรับตัว รองรับนักท่องเที่ยว ชาวบ้านที่นี่รู้ดีว่าสิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการมิใช่ความเจริญเฉกเช่นสังคมเมือง แต่เป็นความงามตามวิถีแห่งท้องถิ่น โฮมสเตย์จึงถือกำเนิดขึ้น 

1/3

ทางเดินเล็กๆ ในหมู่บ้านพาเราไปพบกับเส้นกระจูดแห้งที่นำมาสอดสานเป็นงานหัตกรรมหลากหลาย ความรู้เรื่องกระจูดถ่ายทอดผ่านปากคุณป้า กว่าจะได้เสื่อสักผืนต้องผ่านขั้นตอนใดมาบ้าง กระจูดคุณภาพสูง เกิดจากดินดีน้ำดี เมื่อน้ำดีก็มีปลาดี ชาวบ้านจึงแนะนำของกินเด็ดดวง คือปลาแดดเดียว ของฝากขึ้นชื่อที่ นักท่องเที่ยวไม่พลาดซื้อ ปลาดุกร้า ปลาตาแดงแดดเดียว รวมไปถึงไข่ปลาตะเพียนทอด ฯลฯ 

เมื่อมองทะเลน้อยให้รอบด้านจะพบว่าการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ไม่ได้หมายความว่าห้ามแตะต้อง หรือเปลี่ยนแปลงสิ่งที่มีอยู่ แต่เป็นการสร้างการท่องเที่ยวที่มีผลกระทบด้านลบต่อชุมชน ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคนในชุมชนมีใจอนุรักษ์ร่วมกัน แล้วจึงถ่ายทอดความคิดสีเขียวนั้นไปสู่ใจของนักท่องเที่ยว 

WHERE To Stay & Getting There

เรือรับจ้าง และบ้านพักโฮมสเตย์สามารถสอบถามรายละเอียด และค่าบริการ ได้ที่ บ้านคลองปากประ โทร. 081-738-8271 หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงาน หาดใหญ่(สงขลา-พัทลุง) โทร. 074-243-747, 074-238-518

 


SPECIAL THANKS
- 7 Greens Concept 

แนวคิด 7 ประการ เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

http://7greens.tourismthailand.org


- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

http://thai.tourismthailand.org

โทร. 1672