UNHCR เปิดตัวแคมเปญ Nobody Left Outside

ระดมทุนมอบที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยทั่วโลก

สำนักข่าวข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) รายงานสถานการณ์ผู้ลี้ภัยที่เข้าขั้นวิกฤต จากจำนวนผู้ที่ถูกบังคับให้ผลัดถิ่นเนื่องจากสงคราม ความรุนแรง การประหัตประหาร และการทารุณกรรม เพิ่มสูงขึ้นถึงกว่า 65 ล้านคนทั่วโลก และด้วยงบประมาณที่จำกัด ทำให้ไม่สามารถจัดหาที่พักพิงที่เพียงพอแก่ผู้ลี้ภัยได้

UNHCR ประเทศไทยจึงเข้าร่วมแคมเปญระดับโลก “Nobody Left Outside” หรือภายใต้ชื่อภาษาไทย “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างนอก” มีวัตถุประสงค์เชิญชวนทุกภาคส่วนของสังคมไทยร่วมระดมทุนเพื่อจัดหาที่พักพิงเร่งด่วนแก่ผู้ลี้ภัยจำนวน 2 ล้านคนใน 12 ประเทศทั่วโลก อาทิ อัฟกานิสถาน จอร์แดน เลบานอน และรวันดา โดยมีระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น 3 ปี

 

ในประเทศไทยการเปิดตัวแคมเปญ “Nobody Left Outside” หรือ “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างนอก” ได้รับความร่วมมือจากบุคคลที่มีชื่อเสียงได้แก่ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) รวมถึงองค์กรเอกชนที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี เช่น ข่าว 3 มิติและครอบครัวข่าว และบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนกิจกรรมระดมทุนเพื่อจัดหาที่พักพิงเร่งด่วนแก่ผู้ลี้ภัยตลอดระยะเวลาดำเนินการของแคมเปญ

 

นางสาวรูเวนดรินี่ เมนิคดิเวล่า ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNHCR) กล่าวว่า “ที่พักพิงไม่ว่าจะเป็นเต็นท์ ที่พักชั่วคราว หรือบ้าน คือสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานสำหรับผู้ลี้ภัยในการมีชีวิตรอด เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ อันมีสาเหตุมาจากความรุนแรงและการประหัตประหาร อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ลี้ภัยอีกหลายล้านคนทั่วโลกที่ต้องดิ้นรนอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมและเสี่ยงอันตราย ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ศักดิ์ศรี่ความเป็นมนุษย์ และอนาคตของพวกเขา”

 

แคมเปญนี้ได้รับเกียรติจาก พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ในการร่วมเผยแพร่คำสอนซึ่งสอดคล้องกับหลักการของแคมเปญ โดย พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี กล่าวว่า “ความเมตตาการุณย์คือแก่นแท้ของทุกศาสนา กล่าวเฉพาะในสังคมไทยของเรา คุณธรรมข้อนี้ยิ่งโดดเด่นเห็นชัด ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตการณ์เลวร้ายเพียงไร เราคนไทยก็พร้อมจะช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันเสมอ หากมองกว้างออกไปในระดับโลก เมตตาการุณย์ก็คือคุณธรรมพื้นฐานที่จะทำให้คนไทยทั้งโลกอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นเป็นสุข โดยปราศจากการแบ่งแยก กล่าวอีกนัยหนึ่งว่า เมตตาการุณย์ คือต้นทุนของสันติภาพและสันติสุข”

 

ข่าว 3 มิติและครอบครัวข่าว จากสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 หนึ่งในผู้ให้การสนับสนุนแคมเปญ และร่วมเดินทางไปบันทึกภาพความเป็นของผู้ลี้ภัย รวมถึงรายงานข่าวการดำเนินงานของ UNHCR ณ ประเทศเลบานอน ซึ่งเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ลี้ภัยชาวซีเรียสูงสุดในโลกเมื่อเทียบกับสัดส่วนผู้ลี้ภัยต่อจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศ  โดย กิตติ สิงหาปัด ผู้สนับสนุนแคมเปญ และอำนวยการผลิต เล่าถึงประสบการณ์ในเลบานอน ว่า “ผมมีโอกาสได้เห็นถึงความยากลำบากของ UNHCR ในการจัดหาที่พักพิงให้แก่ผู้ลี้ภัย ซึ่งด้วยจำนวนผู้ลี้ภัยที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ UNHCR จำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญให้แก่กลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงต่ออันตรายมากที่สุด นั้นก็คือผู้หญิง และเด็ก” คุณกิตติ เสริมว่า “ในฐานะสื่อ เรามีบทบาทในการประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนได้เห็นถึงสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริง ซึ่งเต็มไปด้วยความยากลำบากของผู้ลี้ภัย และเรายังหวังว่าภาพเหตุการณ์จริงเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนของสังคมไทยได้ตระหนัดถึงความจำเป็นในการจัดหาที่พักเร่งด่วนให้แก่ผู้ลี้ภัยเหล่านี้”

 

คุณเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในองค์กรภาคเอกชนผู้ให้การสนับสนุนแคมเปญกล่าวถึงโครงการว่า “ที่พักพิงคือความจำเป็นพื้นฐานของชีวิต เราเชื่อเสมอว่า การให้ที่พักพิงก็เปรียบเสมือนการให้ชีวิต โดยหากเราต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคน เราจำเป็นต้องเน้นย้ำถึงองค์ประกอบพื้นฐานเหล่านี้ ซึ่งสำหรับผู้ลี้ภัย ที่พักพิงนั้นไม่เพียงแต่จะมอบความปลอดภัย หากแต่ยังมอบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์คืนให้แก่พวกเขาอีกด้วย”

 

แคมเปญ “Nobody Left Outside” หรือ “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างนอก” เชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการระดมทุนระดับโลก เพื่อจัดหาที่พักพิงเร่งด่วนให้แก่ผู้ลี้ภัยจำนวน 2 ล้านคนใน  12 ประเทศภายในสิ้นปี 2561 โดยคาดว่างบประมาณสำหรับดำเนินการเพื่อจัดหาที่พักพิงทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 25,340 ล้านบาท ในขณะที่งบประมาณ UNHCR ในตอนนี้มีเพียง 5,530 ล้านบาท ไม่เพียงพอต่อการดำเนินการ โดยในขณะนี้ยังมีผู้ลี้ภัยอีกหลายล้านคนที่ยังไม่มีที่พักพิง และรอคอยความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะเด็ก และผู้หญิงที่เป็นกลุ่มคนที่เปราะบางที่สุด 

 

ร่วมสนับสนุนโครงการ “Nobody Left Outside” หรือ “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างนอก” ได้ที่เว็บไซต์ www.unhcr.or.th