Berlin On Bike

กริ๊ง กริ๊ง ทักทายผู้คนรอบข้างด้วยเสียงกริ่งดังเป็นจังหวะให้ระวังข้างหลัง จักรยานคันนี้กำลังพาเราปั่นไปพบกับชีวิตของชาวเบอร์ลินเนอร์
1/3
หลังกำแพงเบอร์ลินถูกทลายลงเมื่อ 25 ปีก่อน จากเมืองประวัติศาสตร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ผู้คนต่างโหยหาความเป็นอิสระ และยังคงฝากบาดแผลไว้ในใจชาวเยอรมัน สู่เมืองวัฒนธรรมป็อปอันดับต้นๆ ของยุโรป ทั้งยังติดอันดับ 1 ใน 10 เมืองน่าปั่นจักรยานมากที่สุดในโลกจากนิตยสารและเว็บไซต์ชื่อดัง สองล้อคู่ใจถูกใช้เป็นพาหนะเดินทางสัญจรในเมืองก่อเกิดเป็นชีวิตชาวจักรยานของผู้คนในกรุงเบอร์ลิน
คุณ Claudia เจ้าหน้าที่จากการท่องเที่ยวเบอร์ลิน (Berlin Tourismus) เริ่มเล่าให้ฟังว่า หนุ่มสาวชาวเบอร์ลินเนอร์ต้องการออกกำลังกายเพื่อหุ่นสวย สุขภาพดี ทั้งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางจึงจับจองจักรยานเป็นพาหนะไว้ใช้เดินทางทั่วเมืองปั่นสวนทางกันในช่องทางพิเศษบนฟุตบาทที่กว้างกว่าบ้านเราสักสองเท่า ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่พลาดที่จะมีสองล้อคู่ใจไว้ปั่นเหมือนกัน ถ้ากรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมรบ้านเราแปลงสภาพเป็นเมืองปั่นจักรยานกับเขาบ้าง ปัญหารถติด ควันพิษคงลดลง แถมยังได้เรื่องสุขภาพมาเป็นโบนัสอีกต่างหาก
1/3
  • Google+ Basic Black
  • Twitter Basic Black
  • Facebook Basic Black
INFO
• บริการปั่นจักรยานทัวร์ของ Berlin on Bike สามารถดูรายละเอียด และจองได้ที่ berlinonbike.de/en โทร.+49 30 4373 9999 เปิดให้บริการช่วงฤดูร้อนทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 - 20.00 น.และช่วงฤดูหนาว ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.00 น.

• AquaDom & SEA LIFE Berlin สามารถจองตั๋วออนไลน์ และดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.visitsealife.com/berlin/en เปิดให้บริการเวลา 10.00 - 19.00 น.

• การเดินทางด้วยรถไฟระหว่างเมืองในประเทศเยอรมนีสะดวกสบาย นั่งรถไฟได้ทุกสายด้วย German Rail Pass หาซื้อบัตรโดยสารราคาพิเศษผ่านตัวแทนจำหน่ายได้ในประเทศไทย www.raileurope.co.th

GETTING THERE
สายการบินแอร์ ฟรานซ์ ให้บริการเที่ยวบินจาก กรุงเทพฯ - กรุงปารีส แล้วเปลี่ยนเครื่องต่อไปยังกรุงเบอร์ลินได้อย่างสะดวก สามารถตรวจสอบตารางการเดินทางและจองบัตรโดยสารราคาพิเศษได้ที่ www.airfrance.co.th

WHERE TO STAY
ibis Styles Hotel Berlin MitteBrunnenstrasse 1-2, 10119 Berlinwww.ibis.comackelhaus & blue homeBelforter Straße 21, 10405 Berlin โทร. +49 30 44337633  www.ackselhaus.de

WHERE TO EAT
CHIPPSägerstraße 35, 10117 Berlin-Mitteเปิดให้บริการวันจันทร์ - เสาร์ เวลา 9.00 น. - หลังเที่ยงคืน และวันอาทิตย์ เวลา 9.00 - 17.00 น.แนะนำให้ทำการจองล่วงหน้าที่ โทร. +49 (0)3036-444-588 อีเมล์ happy@chipps.de

SPECIAL THANKSข้อมูลเพิ่มเติมคลิก www.visitberlin.de
นักปั่นท่องเมืองอย่างเราไม่รอช้า รีบมุ่งหน้าไปปั่นย้อนรอยประวัติศาสตร์กำแพงเบอร์ลินทันทีกับบริการ Berlin Bike Tourให้เช่าจักรยาน พร้อมแพ็คเกจทัวร์ปั่นตามรอยกำแพงเบอร์ลินรวมระยะทางเกือบ 20 กิโลเมตร สนนราคาที่ 19 ยูโรต่อคนเท่านั้น ปั่นชิลล์ๆ ตามไมเคิลไกด์หนุ่ม บุคลิกคล่องแคล้ว พูดจาฉะฉาน เริ่มต้นเรียนรู้สัญญาณมือกันก่อนเตรียมขึ้นอานออกตัว ไมเคิลนำลูกทีมเกือบ 12 ชีวิตจากหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ฯลฯ และพวกเราชาวเอเชียเพียงสองคนที่สนใจตามรอยเส้นทางสู่วันที่กำแพงเบอร์ลินพังครืนลงมา

กรุงเบอร์ลินในฐานะเมืองหลวงของเยอรมนี และรัฐหนึ่งใน 16 รัฐสหพันธ์ของประเทศ ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำสปรี (Spree River) และแม่น้ำ ฮาเฟล (Havel River) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเยอรมนี ไมเคิลเปิดประโยคสนทนาด้วยข้อมูลเรื่องการเมืองแน่นเปรี๊ยะ เยอรมนีฝั่งตะวันออกปกครองโดยสหภาพโซเวียตในแบบ GDR ย่อมาจาก German Democratic Republic หรือสาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนีคอมมิวนิสต์ฝั่งตะวันออก ส่วนฝั่งตะวันตกปกครองโดย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส ในชื่อสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยในช่วงแรกการแบ่งเขตเป็นไปอย่างไม่เคร่งเครียดนัก ประชาชนของทั้งสองฝั่งสามารถไปมาหาสู่กันได้ จนกระทั่งสงครามเย็นถึงจุดตึงเครียด รัฐบาลเบอร์ลินตะวันออกได้สร้างกำแพงเบอร์ลินขึ้นเมื่อวันที่13 สิงหาคม 1961 ล้อมรอบเบอร์ลินตะวันตก ด้วยความยาวกว่า160 กิโลเมตร ตัดขาดสองฝั่งของเมืองออกจากกันอย่างสิ้นเชิงและด้วยความเป็นอยู่ของชาวเบอร์ลินตะวันตกที่เจริญ และดีกว่าฝั่งตะวันออก ทำให้ผู้คนต่างค้นหาวิธีการต่างๆ นานาหนีข้ามฝั่งไปไม่ว่าจะเป็นการขุดอุโมงค์ลอดใต้กำแพง ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำสปรี กระโดดหนีลงจากขบวนรถไฟ หรือแม้แต่การปีนกำแพงหนีจากการจับกุมจากตำรวจฝ่าย GDR ฟังดูเป็นเรื่องซีเรียสเครียดขึ้นมาทันทีทุกคนต่างนิ่งเงียบสงบตั้งใจฟัง พร้อมจินตนาการย้อนเวลากลับไปเสมือนว่าเรากำลังยืนอยู่ในอาณาเขตของเบอร์ลินตะวันออกจริงๆ
เราหยุดแวะพักที่ Mauer Park หรือ Wall Park อนุสรณ์กำแพงเบอร์ลินซึ่งตั้งอยู่ในเขตเบอร์ลินตะวันตก มีอีกชื่อว่า Death Strip เขตเส้นตาย เดิมเป็นเขตแบ่งระหว่างเบอร์ลินตะวันออกและตะวันตก ปัจจุบันกลายเป็นสวนสาธารณะที่ผู้คนชาวเบอร์ลินต่างมาพักผ่อน เดินเล่นจูงสุนัข ปิกนิก เล่นฟุตบอล บาสเกตบอล นอนอาบแดดช่วงหน้าร้อน ฯลฯ ยิ่งช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์สามารถมาเลือกซื้อเลือกหาของมือสองที่ตลาด Flea Market ได้อีกด้วย ไม่ไกลกันมีพิพิธภัณฑ์ Berlin Wall Memorial Museum ให้เดินศึกษาเรื่องราวการสร้างกำแพง ภาพถ่ายชาวเยอรมันตะวันออกที่ถูกยิงเสียชีวิตขณะพยายามหลบหนี หรือลองมุดอุโมงค์ที่ชาวเบอร์ลินเคยขุดไว้เพื่อหนีข้ามไปฝั่งตะวันตก แนวกำแพงจำลองถูกปักด้วยเหล็กสูงแสดงอาณาเขตและป้อมเฝ้าระวังให้เดินขึ้นไปสังเกตการณ์ได้ ส่วนตึกรามบ้านช่องละแวกนั้นได้รับการปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัย บางอาคารยังคงกลิ่นอายตึกเก่าที่ภายนอกดูครำครึ แต่ได้รับการบูรณะภายในเป็นอพาร์ทเมนต์ที่อยู่อาศัย
1/3
วันนี้อากาศดี ทัวร์น่องเหล็กระยะสั้น ปั่นได้ต่อเนื่องไม่เหนื่อยเท่าไหร่แนะนำให้เตรียมร่างกายให้พร้อม พกน้ำดื่มติดตัวไปดับกระหายเป็นดีเนื่องจากพื้นถนนปูด้วยหินขรุขระ ต้องใช้กำลังในการปั่นโขอยู่ เส้นทางทัวร์ผ่านสถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญ อาทิ ประตูบรานเดนบวร์ก(Brandenburger Tor) ประตูเมืองเก่าแก่ สัญลักษณ์ไฮไลท์ของกรุงเบอร์ลิน ก่อสร้างระหว่างปี ค.ศ.1788 - 1791 ตามศิลปะแบบนีโอคลาสสิก โดยฝีมือของ C.G.Langhans เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นเอกภาพของประเทศเยอรมนี ประตูตั้งอยู่ระหว่าง PariserPlatz และจัตุรัส 18 มีนาคม (Platz des 18 Marz) ด้านบนของประตูมีเทพธิดาแห่งชัยชนะนั่งประทับบนรถเทียมม้าศึก เรียกว่าdie Quadriga ในอดีตเคยถูกนโปเลียนยึดไปไว้ที่ปารีสหลังจากชนะสงครามในปี ค.ศ. 1806 และต่อมา จอมพล Blücher ก็ได้ท􀄬ำสงครามชนะ และนำสัญลักษณ์นี้กลับมาไว้ที่เบอร์ลินตามเดิมประตูบรานเดนบวร์กนี้เป็นอีกหนึ่งแนวกั้นเบอร์ลินทั้งสองฝั่ง และถูกเปิดให้ชาวเบอร์ลินทั้งสองฝั่งพบกันในวันที่ 9 พฤศจิกายน ปี 1989 ถือเป็นวันที่กำแพงเบอร์ลินได้ล่มสลาย ทั้งบริเวณนี้เคยเป็นสถานที่จัดงาน MTV Europe Music Awards ครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ปี 1994 นักร้องและคนดังระดับโลกตบเท้าเข้าร่วมงานมากมาย อาทิวง Aerosmith, วง Take That, Naomi Campbell, Pamela Anderson ฯลฯ
ห่างออกไปทางเหนือประตูบรานเดนบวร์ก เราปั่นต่อไปยังที่ตั้งของตึก Reichtag อาคารรัฐสภาเยอรมนี ออกแบบโดย Wallot ก่อสร้างระหว่างปีค.ศ. 1884 - 1894 ใช้เป็นที่ประชุมรัฐสภาของประเทศ ในปัจจุบัน เรียกว่า Sitz des Deutschen Bundestages ถือเป็นอาคารสำคัญที่สุดของประเทศ โดดเด่นที่โดมแก้วขนาดใหญ่กลางอาคารให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาภายใน ก่อนปั่นวนไปยัง Memorial to the Murdered Jews of Europe อนุสรณ์สถานผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว มีอีกชื่อหนึ่งว่า Holocaust Memorial ออกแบบโดย Peter Eisenman ลักษณะเป็นแท่งปูนสี่เหลี่ยมผืนผ้าคล้ายโลงศพวางเรียงตามแนวอย่างเป็นระเบียบบนเนินสูงลดหลั่นตามกันให้ความรู้สึกหดหู่อยู่ในที ผู้คนส่วนใหญ่มักมานั่งเล่นพักผ่อนยามเย็นดูแสงอาทิตย์สะท้อนสวยงามทำมุมกับเหลี่ยมปูน ทั้งรอบๆ บริเวณนี้ยังมีร้านอาหารสำหรับมื้อเย็น ผับ บาร์ ให้นั่งชิลล์อีกด้วย
1/4
หยุดถ่ายรูปเช็คอินเก๋ๆ ที่จุดเช็คพ้อยท์ ชาร์ลี (Checkpoint Charlie) จุดตรวจผ่านเข้าออกพรมแดนระหว่างเบอร์ลินทั้งสองฝั่งในอดีต มีทหารอเมริกันยืนตระหง่านถือธงชาติหน้าป้อมตรวจการ มีกระสอบทรายตั้งเรียงเป็นบังเกอร์ดูสมจริง ตอนนี้ก็ยังจำลองสถานที่เดิมไว้อยู่ลองเดินเข้าไปขอถ่ายภาพคู่กับทหารอเมริกันหนุ่มได้ และควรฝากทิปติดไม้ติดมือเป็นสินน้ำใจแก่พวกพี่ๆ เขาสักนิดหน่อย

ระหว่างเส้นทางทัวร์มีเพื่อนนักปั่นร่วมทางเป็นชาวเบอร์ลินตลอดเวลา ปั่นลัดเลาะแซงบ้างตามบ้าง ทว่าสำคัญที่ต้องปฏิบัติตามกฎและสัญญาณไฟจราจรอย่างเคร่งครัด ถึงบริเวณ Gendarmenmarkt ลานกว้างขนาด 48,000 ตารางเมตร ที่ตั้งของ Konzerthaus Berlin โรงมหรสพที่ใช้จัดคอนเสิร์ตออร์เคสตรา แล้วไปสิ้นสุดปิดจ็อบทัวร์ที่ จัตุรัสอเล็กซานเดอร์พลาทซ์ (Alexanderplatz) จตุรัสเปิดขนาดใหญ่ศูนย์กลางขนส่งมวลชนในเบอร์ลินชั้นใน ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำสปรีและมหาวิหารเบอร์ลิน มีหอโทรทัศน์ Fernsehturm ที่เรียกสั้นๆ ว่า Alex Towerสิ่งก่อสร้างที่สูงสุดของเยอรมนี และเป็นอันดับสองในยุโรป ด้วยความสูง 368 เมตร สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1969 อยู่ตรงไหนก็มองเห็นหอนี้ได้เกือบทุกเขตศูนย์กลางของเมือง บนหอที่ระดับความสูง 204 เมตร มีชั้นสังเกตการณ์มุมสูงที่ชมทิวทัศน์เมืองได้ ลานด้านล่างเป็นสวนสาธารณะขนาดย่อม นั่งเล่น นั่งชม นั่งชิลล์ได้เพลินๆ เบื้องหน้าเป็นอาคารที่ว่าการเมืองหรือศาลากลางแดง (Red City Hall) อาคารโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอิฐแดง ล้อมด้วยสวนดอกไม้ ถูกสร้างขึ้นระหว่าง ปี ค.ศ.1861 - 1869 บริเวณด้านหน้ามีน้ำพุเนปจูน Neptunbrunnen ประดับด้วยฉากจากตำนานเทพปกรณัมตั้งอยู่กลางแจ้ง ถึงเวลาเซย์กู๊ดบายกับไมเคิลแล้วล่ะนะ เบ็ดเสร็จรวมเวลากว่าสามชั่วโมงที่พากันปั่นต้านลมขึ้นลงเนิน ข้ามสะพาน เลียบถนนจนน่องโป่ง เช็คความแข็งแรงของร่างกาย แต่สนุกสนานอิ่มเอมกับทิวทัศน์เมืองใหญ่ที่มีรถราวิ่งขวักไขว่น้อยกว่าบ้านเราหลายเท่า มีเพื่อนนักปั่นเคียงข้างตลอดเส้นทาง แม้ว่าคืนนั้นจะถึงกับนอนระบมบาดเจ็บกล้ามเนื้อขากันไป
น้ำย่อยเริ่มส่งสัญญาณเรียกหาอาหารทันที มื้อนี้ขอจัดเต็มอาหารเพื่อสุขภาพละกัน CHIPPS ร้านอาหารในคอนเซ็ปต์เมนูปรุงสด ด้วยครัวเปิดโล่ง ตกแต่งสไตล์ร่วมสมัย ใช้สีเอิร์ธโทนผสมสีขาวและดำเป็นหลัก เลือกนั่งได้ทั้งโซนรับลมด้านนอก และโซนห้องปรับอากาศภายใน เราหม่ำไข่เจียวใส่หน่อไม้ฝรั่งสดหั่น ราดด้วยซอสซัลซ่าและผักสดออร์แกนิค รสเปรี้ยวอมหวานของมะเขือเทศช่วยเพิ่มรสชาติให้เมนูนี้ดูมีรสชาติและสีสันมากขึ้น อาหารทั้งจานหายเกลี้ยงไปในพริบตา หลังจากเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากทริปสุดมันปั่นจักรยานทัวร์เบอร์ลิน คืนนี้หลับฝันดีแน่นอนที่โรงแรม IBIS Styles โรงแรมขนาดพอเหมาะส􀄬ำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกในการเดินทาง อยู่ห่างจากจัตุรัสอเล็กซานเดอร์พลาทซ์ (Alexanderplatz) เพียง 15 นาที
เริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่แสงแดดสดใส เรามุ่งหน้าไปสัมผัสหลักฐานชิ้นใหญ่ที่สุดของกำแพงเบอร์ลินที่ยังหลงเหลืออยู่ อีสท์ ไซด์ แกลลอรี่ (East Side Gallery) นิทรรศการกลางแจ้งผลงานศิลปะจากฝีมือศิลปินทั้งหมด 118 คน จาก 21 ประเทศทั่วโลก ที่บรรจงแต่งแต้มสีสันเป็นงานอาร์ทเสียดสีเรื่องการเมืองเกิดขึ้นในปี 1989 และ 1990 ลงบนแนวกำแพงริมฝั่งแม่น้ำสปรี ความยาว 1.3 กิโลเมตร กว่าร้อยผลงานโดดเด่นสุดคงเป็นภาพวาดล้อเลียนภาพถ่าย The Mortal Kiss ของ Dmitri Vrubel ศิลปินชาวรัสเซีย ที่ Leonid Brezhnev ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียต และ Erich Honecker ผู้นำแห่ง GDRกำลังสวมกอดแลกจูบกันอย่างดูดดื่ม บริเวณนั้นไม่มีตึกสมัยใหม่นอกจากสถานีรถไฟ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่โล่ง เหมือนตั้งใจคงสภาพความเป็นเบอร์ลินตะวันออกเอาไว้ ภายนอกผนังตึกเก่าบางแห่งถูกวาดลงสีสันเป็นงานศิลปะตามจินตนาการ เพื่อความกลมกลืน ส่วนริมแม่น้ำสปรีมีบาร์ริมน้ำสไตล์เก๋ อาทิ แปรสภาพตู้คอนเทนเนอร์เป็นบาร์เครื่องดื่ม ให้จิบไปชมงานศิลป์ไป หรือจะลองเช่าจักรยานปั่นชมงานศิลปะบนแนวกำแพงยาวไปจนสิ้นสุดก็เข้าที
1/3
สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญภายในกรุงเบอร์ลินอยู่ไม่ไกลกันมากนัก นั่งรถไฟหรือปั่นจักรยานเที่ยวรอบๆ ได้ไม่กี่อึดใจ เพราะผังเมืองที่ถูกสร้างไว้อย่างเป็นระเบียบ จนได้ขึ้นบัญชีเป็นเมืองแห่งการออกแบบ (Cities of Design) จากยูเนสโก อดีตใจกลางเมืองเก่า เขตมิทเทอ (Mitte) เขตประวัติศาสตร์ที่ถูกล้อมรอบไปด้วยเหล่าอาคารเก่าจากสงครามโลกครั้งที่ 2 อาทิ มหาวิหารเบอร์ลิน (Berlin Cathedral) หรือ Berliner Dom มหาวิหารนิกายโปรเตสแตนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเบอร์ลิน ในรูปแบบสถาปัตยกรรมนีโอ-เรอเนสซองส์ โดมสีเขียวอลังการเป็นเอกลักษณ์ ด้านหลังติดกับแม่น้ำสปรี ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีการทางคริสตศาสนา และเป็นสุสานของสมาชิกในราชวงศ์โฮเฮ่นซอลเลิร์น (Hohenzollerns) ราชวงศ์เก่าของเยอรมนีหรืออาณาจักรปรัสเซียในสมัยก่อน บริเวณชั้นใต้ดิน บรรยากาศเย็นยะเยือก เงียบสงบ ทำให้เราแอบขนลุกอยู่เป็นระยะ ปัจจุบันยังใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญทางศาสนา โชคดีจริงๆ วันที่เราไป บาทหลวงกำลังทำพิธีมงคลสมรสแก่บ่าวสาวชาวเบอร์ลินอยู่พอดี เสียงเพลงจากดนตรีวงใหญ่บรรเลงเพลงโหมโรงต้อนรับ เลยขอร่วมเป็นสักขีพยานแห่งความรักครั้งนี้ด้วย
เยื้องกับมหาวิหารเบอร์ลิน ที่ตั้งกลุ่มพิพิธภัณฑ์บนเกาะพิพิธภัณฑ์เบอร์ลิน (Museum Island) ได้รับการจารึกไว้เป็นหนึ่งในมรดกโลกของยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ.1999 เกาะพิพิธภัณฑ์ถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี 1824- 1930 ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำสปรีและ Kupfergraben ถูกกำหนดให้เป็น เขตที่อุทิศให้กับศิลปะและวัตถุโบราณ ประกอบไปด้วยพิพิธภัณฑ์สำคัญหลายแห่ง แต่เรามีเวลาชมพิพิธภัณฑ์ไม่มากนัก เลยเลือกซื้อบัตรเพื่อเข้าไปสัมผัสแห่งเดียว คือ พิพิธภัณฑ์ใหม่ (Neues Museum) หรือ New Museum สร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1843 - 1855 ภายในมีการจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อียิปต์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และยุคประวัติศาสตร์ตอนต้น โดดเด่นที่สุด คือ รูปปั้นครึ่งตัวของพระนางเนเฟอร์ติติ (Nefertiti) มหาราชินีของฟาโรห์ Akhenaten ที่ยังคงความสวยงามเป็นไฮไลท์สุดยอดของพิพิธภัณฑ์จุดนี้ห้ามถ่ายภาพนะคะ จะมีเจ้าหน้าที่คอยยืนคุมอยู่ทุกมุมห้อง
พิพิธภัณฑ์เก่า (Altes Museum) อาคารมีรูปแบบตามสถาปัตยกรรมยุคนีโอคลาสสิก โดยสถาปนิก Karl Friedrich Schinkel อยู่ตรงข้ามกับมหาวิหารเบอร์ลิน สังเกตเสาสูงใหญ่แบบโดริคด้านหน้าทางเข้า ภายในจัดแสดงเกี่ยวกับคอลเลคชั่นงานวิจิตรศิลป์แบบโบราณของเมืองหอศิลปะโบราณแห่งชาติ (Alte Nationalgalerie) สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1815 จัดแสดงแกลลอรี่งานศิลปะในยุคคลาสสิก โรแมนติก อิมเพรซชั่นนิสและยุคสมัยใหม่ ส่วนพิพิธภัณฑ์โบเด (Bode Museum) ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิก Ernst von Ihne สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1904จัดแสดงรูปปั้น ประติมากรรม ศิลปะไบเซนไทน์ และเหรียญโบราณต่างๆ และสุดท้ายคือ พิพิธภัณฑ์เปร์กามอน (Pergamon Museum)สถานที่เก็บรวบรวมงานศิลปวัตถุโบราณล้ำค่าจากภูมิภาคตะวันออกกลาง มีโซนสำคัญห้ามพลาด คือ เพอร์กามอน อัลตาร์ (Pergamon Altar) วิหารแท่นบูชาเทพเจ้าขนาดยักษ์ในยุคศตวรรษที่ 2ก่อนคริสตกาล ถูกค้นพบที่เมืองเพอร์กามอน ประเทศตุรกี คราวหน้าจะขอแวะไปยลชิ้นงานอลังการนี้ด้วยตาตัวเองสักครั้ง
1/2
หลังจากเดินเล่นบนเกาะแห่งพิพิธภัณฑ์ชื่นชมงานศิลป์สักพัก กลิ่นไส้กรอกเยอรมันย่างโชยเตะจมูกอย่างแรง เดินผ่านหน้าพ่อค้าหนุ่มกำลังย่างไส้กรอกอยู่เลย แม้หน้าตาจะไม่เทียบเท่าพ่อค้าแซบบ้านเรา แต่รสชาตินั้นก็แซบถึงใจในราคา 2 ยูโร เท่านั้น ริมฝั่งแม่น้ำสปรีในวันฟ้าเปิด เรียงรายด้วยเก้าอี้ผ้าใบ ให้นอนอาบแดดรับวิตามินดีจากแสงอาทิตย์สวยๆ ห่างจากเกาะเพียง 5 นาที ถึง AquaDom SEA LIFE เส้นทางสำรวจสัตว์น้ำและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลถึง 5,000 ชนิด กับ 17 ธีมโซนมีน้องม้าน้ำว่ายเคียงข้าง ลองสัมผัสปลาดาวมีชีวิตของจริง ภายใต้อุโมงค์มหาสมุทรสุดตื่นเต้น ก่อนมุ่งหน้าสู่ AquaDom อะควาเรียมแก้วทรงกระบอกสูง 25 เมตร บรรจุนฃ้ำเค็มถึงหนึ่งล้านลิตรสำหรับสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล อาทิ ปลาการ์ตูน ปลาลายเสือ สาหร่ายทะเล ฯลฯ ลิฟท์ตัวใหญ่สามารถบรรจุได้ถึง 30 คน พอลอยทะลุกลางอะความเรียมแก้วทรงกระบอกขึ้นไปยังจุดเหนือสุด แล้วค่อยลดระดับความสูงกลับลงมา รีบกอบโกยเวลาตื่นตะลึงสัมผัสโลกแห่งท้องทะเลที่อยู่รอบตัวเราอย่างใกล้ชิดกันเถอะ
ชีวิตคงขาดสีสันถ้าขาดการช็อปปิ้ง ถนน Kurfürstendamm หรือเรียกสั้นๆ ว่า Ku’ damm ถนนสายช็อปปิ้งยอดฮิตแหล่งรวมร้านรวงสำหรับนักช็อป สร้างขึ้นมาด้วยแรงบันดาลใจจาก Champs-Elysees แห่งกรุงปารีส สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านแบรนด์เนมชื่อดังระดับโลก และแบรนด์ท้องถิ่นขายเสื้อผ้าดีไซน์เก๋ให้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน หนุ่มสาวชาวเบอร์ลินมักใช้ละแวกนี้เป็นสถานที่นัดหมายพบปะสังสรรค์กัน เดินไปเรื่อยๆ จะเห็น Kaiser-Wilhelm-Gedachtniskirche หรือโบสถ์หัก สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1890 ในสถาปัตยกรรมแบบบาร็อค สถาปัตยกรรมเก่าที่แทรกตัวอยู่บนถนนแฟชั่นของกรุงเบอร์ลิน เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานถึงจักรพรรดิวิลเฮล์มที่ 1 และได้รับความเสียหายจากการทิ้งระเบิดในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่สิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้ส่วนอื่นๆ ของโบสถ์คือ หอนาฬิกา ที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนซากปรักหักพังของโบสถ์มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1959

ได้ยินมาว่าเบอร์ลินมีบูทีคโฮเทลเก๋มากมาย คุณ Claudia ก็ชี้เลยว่า ackelhaus & blue home (www.ackselhaus.de) โรงแรมบูทีคน่ารักใจกลางเมือง ดูเข้าตากรรมการสุด ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ว่า เราจะทำให้คุณอยู่ที่เบอร์ลินเสมือนบ้านคุณเอง ดูตอบโจทย์ทุกอย่าง ห้องพัก 13 ห้อง ภายในอาคารเก่าสมัยวิกตอเรีย ถูกออกแบบและตกแต่งต่างกันในธีมเมืองต่างๆ อาทิ แอฟริกา จีน โรม นิวยอร์ก ฯลฯ เลือกพักห้องไหน บรรยากาศสุดเก๋ของแต่ละห้องจะพาความรู้สึกคุณไปยืนอยู่เมืองนั้น ทั้งสวนสวยใจกลางโรงแรมอันร่มรื่นก็ชวนนั่งทอดอารมณ์อ่านหนังสือเพลินๆสนามบิน Berlin Tempelhof Airport หรือในภาษาเยอรมันเรียกว่า Flughafen Berlin-Tempelhof
สนามบินแห่งแรกในกรุงเบอร์ลินสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1923 ตามคำสั่งของพรรคนาซี ลักษณะตัวอาคารเทอร์มินอลรูปโค้งกว้างสุดลูกหูลูกตา ภายในอาคารเช็คอินตกแต่งด้วยเสาหินเหลี่ยมดูเข้มแข็งตามแบบฉบับนาซี แถมยังเป็นสนามบินแรกที่มีการเช็คอินผู้โดยสารแยกกับกระเป๋าเพื่อโหลดเข้าใต้ท้องเครื่องบิน แต่หลังจากที่สนามบินได้ปิดทำการลงเมื่อปี ค.ศ. 2008 จึงใช้พื้นที่ภายในสนามบินจัดงานแสดง อาทิ แฟชั่นโชว์ คอนเสิร์ต งานเปิดตัวสินค้า ฯลฯ ส่วนของรันเวย์โล่งกว้างถูกแปรสภาพเป็นสวนสาธารณะ บรรยากาศสงบสดชื่น ผู้คนต่างมาเพื่อออกกำลังกาย วิ่งจ็อกกิ้งขี่จักรยาน เล่นสเก็ตบอร์ด เล่นว่าว ที่สำคัญยังเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องดังอย่าง Hanger Game 3 ตรงอุโมงค์ทางเดินรถยนต์แสงสลัวมีปลายทางเป็นแสงสว่างสู่รันเวย์สนามบิน ซึ่งจะเข้าฉายในปีหน้านี้แน่นอน อย่าลืมติดตามชมกันค่ะ

เบอร์ลินไม่ใช่เมืองที่นักช็อปเห็นแล้วร้องว้าวอย่างปารีสหรือมิลาน และไม่ใช่เมืองที่มีเศรษฐกิจเข้มแข็งที่สุดของเยอรมนีทั้งๆ ที่เป็นเมืองหลวงของประเทศ แต่เบอร์ลินก็มีดีเรื่องเทศกาล สถาปัตยกรรมหลากหลาย ศิลปะร่วมสมัย ชีวิตกลางคืน และคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่ง Jean Paulนักเขียนนวนิยายแนวโรแมนติกชาวเยอรมัน ได้กล่าวไว้เมื่อศตวรรษที่ 18ว่า “Berlin is more a part of the world than a city.” เบอร์ลินเป็นส่วนหนึ่งของโลกที่มากกว่าเมือง เราเองก็เห็นด้วยเช่นนั้น